เยี่ยมชมเมืองเก่าศรีสัชนาลัยดินแดนแห่งเมืองประวัติศาสตร์

Srisutchanalaiว่าด้วยเมืองเก่าอย่างศรีสัชนาลัยนั้นมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์มาก ซึงเมื่อปี 2525 กรมศิลปากรได้ตั้งแนวทางในการอนุรักษ์เมืองนี้ ซึ่งเรียกขานว่า โครงการอุทยานประวิติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จนสามารถบูรณะจนเปิดให้กับชาวไทยและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมความเก่าแก่ของเมืองศรีสัชนาลัย เมื่อ 14 พฤษภาคม พ.ศ 2533 สถานที่ตั้งเดิมนั้นอยู่แถวบริเวณแก่งหลวง จังหวัดสุโขทัย ที่ครอบคลุมไปหลายตำบลอย่าง สารจริร หนองอ้อ ท่าชัย ส่วนเมืองศรีสัชนาลัยนั้นอยู่ในเขตหมู่บ้านพระปรางค์ ที่มีพื้นที่ทั้งหมด 44.14 ตารางกิโลเมตร และมีโบราณสถานทั้งหมดถึง 215 แห่ง แต่ที่พบเห็นได้นั้นหลงเหลือเพียงแค่ 204 แห่งเท่านั้น สำหรับในตัวอุทยานแบ่งออกเป็น 5 พื้นที่ใหญ่ๆคือ

1.โบราณสถานในกำแพงเมือง เช่น วัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดนางพญา วัดสวนแก้วใหญ่ วัดสวนแก้วน้อย วัดเชาพนมเพลิง วัดสุพรรณศรี

2.โบราณสถานนอกเมืองด้านทิศตะวันออก เช่น วัดป่าแก้วหรือวัดไตรภูมิ วัดสวนสัก

3.โบราณสถานนอกเมืองด้านทิศเหนือ เช่น กลุ่มเตาทุเรียงบ้านเกาะน้อย วัดกุฎีราย

4.โบราณสถานนอกเมืองทิศเหนือ เช่น วัดเจดีย์เจ็ดยอดหรือเจดีย์เก้ายอด วัดพรหมสี่หน้า วัดสระปทุม วัดพญาดำ วัดยายตา

5.โบราณสถานนอกเมืองด้านทิศใต้ เช่น วัดชมชื่น วัดโคกสิงคา วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดเจ้าจันทร์ วัดน้อยจำปี ราม

ซึ่งทั้ง 5สถานที่นี้จะเต็มไปด้วยวัดมากมายที่ได้บูรณะซ่อมแซมเรียบร้อยเหลือแต่บางแห่งเท่านั้นที่ยังไม่ได้ซ่อมแซมให้เสร็จ แต่จะมีโบราณสถานที่สำคัญจะมีวัดช้างล้อม ที่อยู่ภายในเมืองศรีสัชนาลัยซึ่งจะมีโบราณสถานสำคัญคือเจดีย์ประธานทรงลังกาที่ตั้งอยู่ในกำแพงแก้วมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ผนังซุ้มมีรูปปั้นปติมากรรมต้นโพธิ์อยู่ด้านหลังพระพุทธรูป แต่พระพุทธรูปนั้นได้ถูกทำลายจนเสียหายไปแล้วเหลือเพียงองค์เดียวทางทิศ ซึ่งจะมีก้านฉัตรประดับด้วยรูปพระสาวกจำนวน 17 องค์ด้วยกัน สถานที่แห่งนี้จะเป็นที่น่าชมมากเพราะจะเต็มไปด้วยประวัติที่ยาวนานและมาข้อมูลของสถานที่อย่างวัดช้างล้อมให้ศึกษาหาความรู้อีกด้วยจัดได้ว่าสถานที่อย่างอุทยานศรีสัชนาลัยนั้นเป็นสถานที่น่าจนจำของคนไทยอีกด้วย

ชมวิวกับเขาวังหรืออุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี

kaowang

สำหรับอุทยานประวัติพระนครคีรีหรือที่เรียกกันว่าเขาวังซึ่งแต่เดิมแล้วเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเป็นพระราชวังในฤดูร้อนโดยมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้ก่อสร้างเมื่อปี 2403 โดยที่พระนครคีรีแบ่งอาณาเขตพระราชฐานต่างๆ ดังต่อไปนี้

1.เขตพระราชฐานชั้นนอก จะเป็นยอดด้านหน้าจะเป็นที่ตั้งของกรมต่างๆ ของราชการ

2.เขตพระราชฐานชั้นกลาง เป็นยอดเขาส่วนกลาง

3.เขตพระราชฐานชั้นชั้นใน ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชมณเฑียรซึ่งเป็นที่ประทับของทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน

ส่วนที่ชมวิวนั้นที่เรียกกันว่าเขาวังซึ่งได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรีเลยก็ว่าได้ เพราะถ้านักท่องเที่ยวหรือใครได้เข้าผ่านเมืองเพชรบุรีนั้นจะเห็นสิ่งที่โดดเด่นมากก็คือ เขาวัง แต่ก่อนหน้านี้จะมีชื่อเรียกว่า เขาสมนหรือเขาคีรีนั่นเอง ซึ่งบนเขานั้นจะมีเจดีย์และโบราณสถานที่เก่าแก่ดูสะอาด ซึ่งจะตั้งอยู่บนยอดเขาที่สูงถึง 92 เมตร ถือว่าเป็นจุดสูงสุดในการชมวิวที่มองลงมายังเมืองเพชรบุรีได้เลย ถ้าใครได้ผ่านแล้วต้องลองเข้าไปชมภายในสถานที่นั้น เพราะภายในเขาวังนั้นจะมีพระที่นั่ง พระตำหนัก วัด และกลุ่มอาคารต่างๆ ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นสถาปัตยกรรมเชิงตะวันตกผสมกับจีนจะตั้งอยู่บนยอดเขา 3 ยอดด้วยกัน

1.ยอดเขาด้านทิศตะวันออกบริเวณไหลเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดมหาสมณาราม ตั้งอยู่เชิงเขาวัง ภายในโบสถ์นั้นประกอบด้วยฝาผนังสีด้าน และมีภาพที่เขียนด้วยมือวัวอินโข่ง ซึ่งเป็นจิตรกรไทยคนแรกที่ใช้วิธีการเขียนแบบทัศนียวิทยา

2.ยอดเขาด้านทิศตะวันออก เป็นที่ตั้งของพระแก้ว สร้างขึ้นที่เป็นวัดในเขตพระราชฐานสิ่งที่น่าชมคือ เจดีย์แดง ปรางค์จัตุรมุข โบสถ์ มีสัดส่วน   งดงาม และมีรูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งเป็นตราราชการ

3.ยอดเขาด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังพระนครคีรี จะมีพระราชวังประทับอีกด้วยคือ พระที่นั่งสันถาคารสถาน  พิพิธภัณฑ์ แห่งชาติพระนครคีรี พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระที่นั่งราชธรรมสภา และหอชัชวาลเวียงชัย

ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นสถานที่สำคัญทางพระนครคีรีที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมความสวยงามของสถานที่นี้หรืออยากที่จะชมวิลเพื่อดูเมืองเพชรบุรีอันสวยงามนั้นก็ยังได้ครับจะเปิดบริการให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 08.30-16.30 น.

เรื่องน่ารู้ของอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งที่ใครหลายคนอยากสัมผัส

panomrung fc

อย่างที่เราเคยรู้จักจากหนังสือประวัติศาสตร์มาบ้างแล้วว่าปราสาทพนมรุ้งนั้นมีการบูรณะมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15 ไปจนถึงพุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งวัสดุในการสร้างนั้นใช้หินทรายสีชมพูปัจจุบันนั้นถือว่าหาได้ยากมาก ตัวปราสาทนั้นตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทไปแล้ว คำว่า พนมรุ้ง นั้นหรือว่า วนํรุง ที่มาจากภาษาเขมรแปลว่า ภูเขาใหญ่ ซึ่งสิ่งก่อสร้างของปรางค์ต่างๆ นั้นจะตั้งเรียงรายตั้งแต่ทางขึ้นเขาไปจนถึงปรางค์ประธานบนยอด ซึ่งจะเปรียบเสมือนวิมานประทับของพระศิวะ ส่วนสำคัญของปรางค์นั้นคือปรางประธานที่คนส่วนใหญ่จะไปเชยชมความมหัศจรรย์ของปรางค์นี้ เพราะเป็นทางยาวที่มีเสาตั้งอยู่เรียงรายทั้ง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ตลอดจนกลีบขนุนปรางค์ ได้วาดลวดลายที่สวยสดงดงามทั้งที่ปัจจุบันนี้ได้ผ่านมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังคงรูปเดิมไว้อย่างชัดเจน ทั้งยังมีภาพฤาษี ที่ปรากฏตามผนังอีกด้วย สำหรับผายในลานกว้างด้านหน้านั้นจะมีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ จากที่ศิลปกรรมได้พิสูจน์หลักฐานมาแล้วนั้นปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธานจะมีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 นอกจากนั้นยังมีฐานปรางค์ที่ก่อด้วยอิฐซึ่งจะมีอายุเก่ามากกว่าปรางค์อื่น จะมีรูปลักษณ์เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสร้างด้วยศิลาแลงจะอยู่ข้างทางเดินเรียกว่า “โรงช้างเผือก” จากนั้นและกรมศิลปกรได้ซ่อมแซมและบูรณะปราสาทหินพนมรุ้ง ด้วยการทำวิธี อนัสติโล ซิต คือการรื้อโครงสร้างเก่าออกมาแล้วทำเครื่องหมายไว้เพื่อให้จำได้ว่ามันคือส่วนไหนของโครงสร้างจากนั้นก็สร้างฐานใหม่ที่แข็งแรงพอที่จะรองรับตัวโครงได้อย่างมั่นคง จากนั้นนำไปก่อสร้างให้กลับกลายเป็นอย่างเก่า เพราะการที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่างชาติได้เข้าชมความเก่าแก่ของปราสาทพนมรุ้งนั้นต้องทำให้มั่นคงเสียก่อนเพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ตลอดเวลาและเมื่อปี พ.ศ. 2531 ในวันอนุรักษ์มรดกไทยได้เปิดอย่างเป็นทางการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 8.30- 16.30น.ค่าเข้าใช้บริการชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 เพื่อนำไปดูและภายในปราสาทนั่นเอง ทั้งนี้ปราสาทพนมรุ้งนั้นเป็นอุทธยานที่เก่าแก่ และขึ้นชื่อของชาวไทยเช่นกัน

ความสวยงามของวัดพระพายหลวงที่น่าหลงใหล

oitrdjkhrtj5646

 

 

 

 

 

เดิมทีแล้ววัดพระพายหลวงตั้งอยู่ในจังหวัดสุโขทัย ซึ่งวัดนี้ตั้งอยู่นอกอุทยานประวัติศาสตร์ถึงจะอยู่นอกสถานทีนั้นแต่ก็ใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ให้นักเดินทางได้เข้ามาสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของโบราณสถานแห่งนี้ โบราณสถานสำคัญภายในวัดยกตัวอย่างเช่น ปรางค์ 3 องค์สร้างขึ้นสมัยสุโขทัยตอนต้นสร้างด้วยศิลาแลง ปัจจุบันปรางค์ 3 องค์เหลือเพียงหนึ่งองค์เท่านั้นที่สมบูรณ์ และประดับรวดลายเรื่องราวตามพุทธประวัติ นอกจากนั้นยังมี พระอุโบสถที่ตั้งถัดมาอยู่ด้านหลัง ซึ่งก่อสร้างด้วยอิฐและมีบันไดทางขึ้นทั้งสองด้าน มีฐานซุกอยู่ด้านหลัง ภายนอกมีเสมาปักอยู่โดยรอบพระอุโบสถ พระวิหารซึงเป็นวิหาร 5 ห้องสร้างด้วยศิลาแลงเจดีย์ทรงเหลี่ยม ตั้งอยู่ด้านหน้าของพระวิหาร สร้างด้วยอิฐมีลักษณะรูปฐานเป็นสี่เหลียม มณฑปพระสี่อิริยาบถ ประดิษฐานองค์พระทั่งสี่อิริยาบถ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน ซึ่งจะคล้ายกับวัดเชตุพลจึงเป็นที่เด่นชัดของความงดงามวัดนี้ แต่ด้วยความเก่าแก่ของวัดนั้นเป็นโบราณสถานที่สร้างอยู่ในยุคสมัยสุโขทัยตอนต้น ซึ่งบอกถึงอิทธิพลและความสัมพันธ์ของขอมที่มีมายาวนาน ปัจจุบันนั้นมีปรางค์ศิลปะขอมที่ยังคงความสวยงามให้กับลูกหลานชาวไทยได้ชื่นชม ส่วนอีกสององค์นั้นได้เสียหายไปหมดแล้วแต่ทางโบราณสถานก็ยังคงรักษาความสวยงามนั้นไว้ ทั้งยังมีพระวิหารที่อยู่หน้าปรางค์ทั้งสามที่ยังคงเหลือแต่เพียงต้นเสาเท่านั้นเพราะถูกทำลายจากการโดนสงครามนั้นทำให้หน้าพระวิหารนั้นเกิดความเสียหายทำให้ไม่สามารถซ่อมแซมได้อย่างเดิมได้แค่ทำให้ดูสะอาดและน่าท่องเที่ยวมากขึ้น อีกทั้งยังมีสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวของอุทธยานในสุโขทัยอีกมากมาย ให้กับนักท่องเที่ยวได้เข้าไปเชยชมความสวยงามที่น่าหลงใหลของจังหวัดสุโขทัยที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ให้นักเรียนนักศึกษาหรือนักท่องเที่ยวได้ศึกษาถึงความเป็นมาที่น่าจดจำของไทย

ความเก่าแก่ของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

gokdjhg4211

ถ้าให้พูดถึงกรุงเก่าอย่างพระนครศรีอยุธยานั้น มีความเป็นมาที่ยาวนานหลายร้อยปีซึ่งเป็นที่รู้จักของคนไทยอยู่แล้วเพราะเรื่องเหล่านี้จะปรากฏในหนังสือการเรียนรู้ในช่วงวัยการเรียนทั่วไป แต่ประวัติที่บอกในหนังสือนั้นก็เขียนไม่ค่อยตรงกันมากเท่าไหร่นัก จากที่สำรวจมานั้นอุทยานพระนครศรีอยุธยาตั้งอยู่อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งสถานที่ตั้งนั้นอยู่ในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างจะห่างจากกรุงเทพแค่ 76 กิโลเมตร ตัวเมืองนั้นจะถูกล้อมลอบด้วยแม่น้ำทั้ง 3 สาย คือแม่น้ำลพบุรีอยู่ทิศเหนือ แม่น้ำป่าสักอยู่ทิศตะวันออก และแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ จึงเป็นศูนย์กลางของแหล่งท่องเที่ยวที่ดี ด้วยที่ว่าอยุธยาเป็นเมืองเก่าที่ใครหลายคนต่างรู้จักกัน จะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ด้วยสถานทีสำคัญนั้นมีหลายแห่งอย่างเช่น พระราชวังโบราณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดราชบูรณะ วัดพระราม และยังมีสถานที่อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งยังคงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของอยุธยาไม่ว่าจะเป็นทางด้านกายภาพ ทางด้านเศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ และด้านอารยธรรม ที่เกิดจากสถานที่ต่างๆ มายาวนาน ซึ่งปัจจุบันนั้นมนุษย์มักเป็นคนทำหลายมันจากการขยายเมืองเพื่อสร้างอาคารบ้านเรือนจึงเปลี่ยนทัศนียภาพที่สวยงามนั้นถูกบดบังไปหมดเป็นการทำลายคุณค่าในโบราณสถานที่งดงามไป ด้วยโครงสร้างเก่าแก่ที่ยังคงเหลือจากการถูกทำลายของสงครามที่สู้รบกับพม่า แต่ก็ยังคงแสดงหลักฐานถึงความรุ่งเรืองที่ยาวนานถึง 417 ปี ทำให้เห็นว่า บรรพบุรุษของเรานั้นสร้างถิ่นกำเนิดที่ดีแก่คนไทย จึงได้รับเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 ซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของคนไทยเป็นอย่างมากดังนั้นคนไทยที่มีสถานที่ดีๆ แบบนี้ ถึงแม้จะมีนักท่องเที่ยวที่สดใจมาเยี่ยมชมความสวยงามนั้นเราก็ควรที่จะอนุลักษณ์ความเก่าแก่ให้คงอยู่กับเราชาวไทยไปเนิ่นนาน

cyberchimps_footer